Unit12

วิธีการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

1.  บีบประเด็นให้แคบลง

2.  การใช้คำที่ใกล้เคียง

3.  การใช้คำหลัก (Keyword)

4.  หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข

5.  ใช้เครื่องหมายบวกและลบช่วย

เครื่องหมายบวก "+"   ต้องใช้ติดกับคำหลักเสมอ  ห้ามมีช่องว่างระหว่างเครื่องหมายบวกกับคำหลัก  เช่น  +เศรษฐกิจ+การเมือง  หมายถึง หน้าเว็บเพจที่พบจะต้องปรากฏคำว่า "เศรษฐกิจ"  และ "การเมือง" อยู่ในหน้าเดียวกันทั้งสองคำหรือ +เศรษฐกิจ  การเมือง  สังเกตเห็นที่คำว่า  "การเมือง"  ไม่ปรากฏเครื่องหมายบวก  "+"  อยู่ข้างหน้า  เหมือนตัวอย่างบน หมายถึง การค้นหาหน้าเอกสารเว็บเพจที่จะต้องปรากฏคำว่า  "เศรษฐกิจ"  ในหน้าเอกสารนั้นอาจจะปรากฏหรือไม่ปรากฏคำว่า "การเมือง"  ก็ได้

                เครื่องหมายลบ  "-"   หมายถึง  เป็นการระบุให้ผลลัพธ์ของการค้นหาต้องไม่ปรากฏคำนั้น  อยู่หน้าเว็บเพจ  เช่น  โรงแรม -รีสอร์ท  หมายถึง  หน้าเว็บเพจนั้นต้องมีคำว่า โรงแรม  แต่ต้องไม่ปรากฏคำว่า  รีสอร์ท  อยู่โดยการใช้งานต้องอยู่ในรูปของ  A  -B 

หรือ  +A -B  โดย  A  และ  B  เป็นคำหลักที่ต้องการค้นหา

            ตัวอย่าง  +มะม่วง  -มะม่วงอกร่อง  -มะม่วงน้ำดอกไม้  หมายถึง  หน้าเว็บเพจที่พบจะต้องปรากฏคำว่า  "มะม่วง" แต่ต้องไม่ปรากฏคำว่า  "มะม่วงอกร่อง"  และ  "มะม่วงน้ำดอกไม้"  อยู่ในหน้าเดียวกัน

6.  หลีกเลี่ยงภาษาพูด หลีกเลี่ยงคำประเภท  Natural  Language  หรือเรียกง่ายๆ ว่า  คำหรือข้อความที่เป็นภาษาพูด  หรือเป็นประโยค  ควรสรุปเป็นเพียงกลุ่มคำหรือวลี  ที่มีความหมายรวมทั้งหมดไว้

7.  Advanced  Search ช่วยในการบีบประเด็นหัวข้อให้แคบลง ทำให้ได้รายชื่อเว็บไซต์ที่ตรงกับความต้องการของมากขึ้น

8.  Help  แต่ละเว็บ  จะมี  ปุ่ม  help  หรือ  Site  map  ไว้คอยช่วยเหลือ  แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม  ซึ่ง  help/site  map  จะมีประโยชน์มากในการอธิบาย  option  หรือการใช้งาน/แผนผังปลีกย่อยของแต่ละเว็บไซต์

                9.  การใช้เครื่องหมาย “____”  เพื่อค้นหาแบบรวมคำ  การค้นหาแบบหลายคำนั้น google จะไม่ได้ค้นหาคำแบบเรียงติดกัน  แต่จะเป็นการแยกการค้นหาแต่ละคำ  โดยที่คำอาจไม่ได้เรียงติดกัน หากต้องการผลลัพธ์แบบเรียงคำทั้งสองอยู่ติดกัน ควรใช้เครื่องหมาย “____” ให้คำที่ต้องการให้ค้นหาแบบทั้งวลีอยู่ภายใต้เครื่องหมาย
10.3.2   การตัดปลายคำและการแทนคำ (Trucation)  เป็นการค้นคำเดียวแทนอื่นทุกคำที่มีรากศัพท์เดียวกัน เพื่อรวบรวมคำที่มีการสะกดที่ใกล้เคียงกันหรือเหมือนกัน  หรือกรณีที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ โดยใช้ตัวอักขระแทน (Wildcard) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เช่น *  #  ?  !  $  เป็นต้น  มักใช้ในการค้นคำภาษาอังกฤษ  เช่น
üหากต้องการค้นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก  คำค้นที่ใช้ คือ  child*  จะได้คำเกี่ยวกับเด็กทั้งหมด  เช่น child  children  childhood
üหากต้องการค้นเรื่องเกี่ยวกับสตรี  คำค้นที่ใช้คือ wom#n  จะได้ทั้งคำว่า woman  และ women  เป็นต้น
üการตัดปลายคำ  ควรระวังไม่ใช้กับคำสั้นเกินไป  เพราะอาจจะได้เรื่องที่ไม่ต้องการออกมาด้วย  เช่น คำว่า  ban*  จะได้คำว่า ban  banana  bandit  bank  banner  เป็นต้น  ซึ่งคำเหล่านี้ไม่สัมพันธ์กันเลย 
10.3.3  การใช้เครื่องหมายวงเล็บ  เพื่อครอบคลุมในแต่ละส่วนคำสั่งข้อมูลที่ต้องการค้น มักใช้ร่วมกับตรรกบูลีน เพื่อแบ่งคำสั่งบูลีนเป็นส่วนๆ เช่น (television or mass media and children) หมายถึง  ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก  โทรทัศน์ และเด็กกับสื่อมวลชน  เป็นต้น

11.  ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
                1.  ในการเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรก ควรสอบถามผู้ดูแลระบบถึงข้อกำหนดและระเบียบการใช้เครือข่ายนั้น ๆ  และปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านั้น
                2.  ใช้งานเท่าที่จำเป็น  เมื่อใช้เสร็จควรออกจากระบบทันทีไม่ควรปล่อยเครื่องให้ติดต่อกับระบบตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพราะจะทำให้ผู้อื่นติดต่อเข้าได้ยาก
                3.  ไม่ควรเข้าใช้อินเทอร์เน็ตในบัญชีของผู้อื่น  หรือยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนในการเข้าสู่อินเตอร์เน็ต
                4.  ควรรักษารหัสผ่านของตนไว้เป็นความลับ  หากมีผู้รู้รหัสผ่านควรเปลี่ยนรหัสเสียใหม่ นอกจากนี้ในการกำหนดรหัสผ่าน
                ควรหลีกเลี่ยงการใช้รหัสที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งกับตน เพราะจะทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีสามารถคาดเดา และเชื่อมโยงเข้าสู่รหัสผ่านอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลและกับระบบได้
                5.  ในกรณีที่ต้องทำงานที่ใช้เวลามาก เช่น  การโอนย้ายข้อมูล  การดาวน์โหลดโปรแกรมฯลฯ ควรเลือกทำในช่วงที่ไม่ค่อยมีผู้ใช้มากนัก
                6.  ควรเปิดจดหมายอ่านเป็นประจำ  และลบจดหมายที่ไม่ต้องการออกเพราะการปล่อยจดหมายทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก  จะทำให้พื้นที่สำหรับเก็บจดหมายในระบบหมด  อันมีผลให้ไม่สามารถรับส่งจดหมายต่อไปได้
                7.  พึงระลึกว่าจดหมายที่ส่งผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นเรื่องลับ จึงไม่ควรส่งข้อมูลที่ต้องการให้เป็นความลับ  และไม่ควรใช้ข้อความที่ก้าวร้าวหรือหยาบคาย
                8.  ไม่ควรส่งจดหมายที่มีขนาดใหญ่  เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่  หากจดหมายมีขนาดใหญ่ควรบีบอัดข้อมูลก่อนส่ง และแจ้งให้ผู้รับทราบถึงวิธีการขยายข้อมูลกลับ
                9.  ไม่ควรเขียนจดหมายด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ล้วนๆ เพราะทำให้อ่านยากและตาลายได้ นอกจากนี้ยังเปรียบเสมือนการคุยกันด้วยการตะโกน ซึ่งถือว่าไม่สุภาพ  ควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะเมื่อต้องการเน้นข้อความเท่านั้น
                10.  ระมัดระวังการใช้คำนำหน้าชื่อ  เพราะบางคนถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ  หากใช้คำนำหน้าชื่อผิดโดยเฉพาะคำนำหน้าชื่อสุภาพสตรี  และผู้ที่มีตำแหน่งต่าง ๆ
12.  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างชิ้นงานด้วยคอมพิวเตอร์
                12.1  พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537    กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยให้ความคุ้มครองแก่งานที่ทำเสร็จแล้วทุกงาน  โดยไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงการสงวนลิขสิทธิ์  หรือดำเนินการจดทะเบียนลิขสิทธิ์งานนั้น  เป็นการให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติโปรแกรมคอมพิวเตอร์  สื่อดิจิตอล บทความบนเว็บ  เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
>
(Geo-spatial tagging)
เป็นการแสดงตำแหน่งที่อยู่พร้อมความเห็นและรูปภาพในสื่อสังคมออนไลน์
-  Facebook
-  Foursquare
สื่อสังคมออนไลน์บางสื่อมีความสามารถและให้บริการการใช้มากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น Facebook เป็นทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์และสามารถแบ่งปันรูปภาพ และภาพเคลื่อนไหวด้วย หรือTwitter ที่เป็นทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์และไมโครบล็อกและการแบ่งปันสถานะ เป็นต้น
ข้อดี– ข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์
การนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้อาจมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยรวมแล้วการนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้นั้น ส่วนใหญ่เพื่อเป็นการส่งเสริมแนวความคิด สนับสนุนและขยายวิธีการสื่อสารและการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ทั่วถึงมากขึ้น และสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ใช้มากขึ้น แต่การนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้นั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ (Williamson, Andy 2013: 9-10)
ข้อดี
1.  สามารถใช้สร้างเป็นพื้นที่ในการสนทนา/สื่อสารแก่สาธารณะได้
2.  หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ สามารถเข้าไปใกล้ชิดกับสาธารณชนมากขึ้น
3.  สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ
4.  สนับสนุนความโปร่งใส และธรรมาภิบาล
5.  สร้างโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มที่3 ในการเข้ามามีส่วนร่วม และสนับสนุนเผยแพร่
6.  การส่งต่อข้อมูลในลักษณะทำซ้ำตัวเองเป็นทอดๆ (Viral distribution) ทำให้มีการกระจายข้อมูลอย่างรวดเร็ว
7.  ลดต้นทุนการดำเนินการ
8.  ช่วยให้เข้าใจความคิดเห็นของประชาชนได้มากขึ้น
9.  สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา
10. ลดเวลาที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารลง
11. สามารถที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสื่อสาร และเป็นสื่อกลางในการขยายการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และเผยแพร่ข่าวสาร
ข้อเสีย
1.  มารยาท และรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากสื่อรูปแบบอื่น
2.  มีความเสี่ยงของความไม่แท้จริง การหลอกลวง ความซื่อสัตย์
และความไม่โปร่งใสในการใช้งาน
3.  มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและอยู่เหนือการ
ควบคุมของเจ้าของ
4.  การหาเครือข่ายใหม่ การสร้างเรื่องใหม่ ๆเป็นเรื่องยากที่จะ
คาดเดาได้ ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้เท่าใดและไม่มีการรับรองผลว่าการสื่อสารจะ
เกิดขึ้นและส่งสารไปยังผู้รับสื่อ
5.  สื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่ทางลัดที่ มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว
แต่ยังต้องนำสื่อหลักและหลักการสื่อสารที่ดีมาใช้ควบคู่กันไป




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น